คำนวณหัวก้อย

          คำนวณหัวก้อย เกมหัวก้อย หรือ ปั่นแปะ เป็นอีกหนึ่งของการเดิมพันที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยรูปแบบของการเล่นที่เข้าใจง่าย สนุกตื่นเต้น เกมหัวก้อย คือ การเดิมพันย้อนวัยในอดีตที่เราทำเงินได้จริง จบไว และเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย แค่เลือกหน้าที่เราต้องการเลือก หัว หรือ ก้อย รอผลไม่ถึง 5 นาที การเดิมพันย้อนวัยในอดีตที่เราทำเงินได้จริง จบไว และเล่นได้ทุกเพศทุกวัย แค่เลือกหน้าที่เราต้องการเลือก หัวหรือก้อย รอผลไม่ถึง 5 นาที


สมัครสมาชิก

การพนันทายหัวก้อยนี้ เป็นการพนันที่คนพนันคิดว่ามีอัตราชนะมากที่สุด เพราะว่ามันจะมีโอกาสชนะถึง 50 เปอร์เซนต์ เพราะว่ามันจะต้องออกหัว ไม่ก็ก้อย

          แต่เจ้ามือมีวิธีกำหนดให้เหรียญจะออกหัวหรือก้อยแบบ 100 เปอร์เซนต์ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะไม่เชื่อว่าทำยังไง ถ้าใครเคยเล่นทายหัว-ก้อยกับเพื่อน ตอนเป็นนักเรียนก็จะมีวิธีโกงแบบง่ายๆ แต่ได้ผล นั่นก็คือการแปะเหรียญสองเหรีญเข้าด้วยกัน มันเป็นวิธีชนะแบบ 100 เปอร์เซนต์ที่เราจะกินเงินเพื่อนแบบง่ายๆ แต่ถ้าเอาไปเล่นในบ่อนคงไม่ดีเป็นแน่ แต่ความจริงแล้วคุณไม่ได้มีโอกาสทายถูกถึง 50 เปอร์เซนต์จริงๆ หรอก เพราะมันมีสิ่งที่เรียกว่า

เหตุผลวิบัติของนักการพนัน

          เหตุผลวิบัติของนักการพนัน (อังกฤษ: gambler’s fallacy) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เหตุผลวิบัติมอนตีคาร์โล (อังกฤษ: Monte Carlo fallacy) เป็นความเชื่อผิดๆ ว่า ถ้าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นบ่อยกว่าปกติในช่วงเวลาหนึ่งๆ เหตุการณ์นั้นก็จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งน้อยลงในอนาคต หรือว่าถ้าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นน้อยกว่าปกติในช่วงเวลาหนึ่งๆ เหตุการณ์นั้นก็จะเกิดบ่อยขึ้นในอนาคต เพื่อที่จะให้เกิดการสมดุลกัน แต่ว่าถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สุ่ม คือเป็นการลองตามลำดับที่เป็นอิสระทางสถิติ (statistical independent trial) ของกระบวนการสุ่ม แม้ว่าความเชื่อนี้จะดึงดูดใจ แต่ก็จะไม่เป็นความจริง เหตุผลวิบัตินี้เกิดขึ้นได้ในสถานการณ์จริงๆ มากมาย แต่มักจะมีการกล่าวถึงในเรื่องของการเล่นการพนัน เพราะเป็นเหตุผลวิบัติที่คนเล่นการพนันมีโดยสามัญ
          ส่วนคำบัญญัติว่า “เหตุผลวิบัติมอนตีคาร์โล” มีกำเนิดมาจากตัวอย่างที่มีชื่อเสียงของเหตุผลวิบัตินี้ ซึ่งเกิดขึ้นในบ่อนกาสิโนมอนตีคาร์โลในปี ค.ศ. 191

การโยนเหรียญ

          เหตุผลวิบัติของนักการพนันจะเห็นได้ในการโยนเหรียญที่สมดุล ที่ผลที่ออกแต่ละครั้งจะเป็นอิสระทางสถิติจากกันและกัน และค่าความน่าจะเป็นของการออกหัวในแต่ละครั้งจะเป็น 12 คือหนึ่งในสองพอดี ดังนั้น ความน่าจะเป็นของการออกหัวสองครั้งต่อกันก็จะเป็น 14 (1 ใน 4) และของการออกหัวสามครั้งต่อกันก็จะเป็น 18 (1 ใน 8) ฉะนั้นถ้าสมมุติว่า i เป็นเหตุการณ์ที่การโยนเหรียญครั้งที่ i ออกหัว เราก็จะได้
          ถ้าตอนนี้เราสมมุติว่า เหรียญได้ออกหัวสี่ครั้งต่อกันแล้ว และการโยนเหรียญครั้งต่อไปก็จะออกหัวเช่นกัน ก็จะเป็นการออกหัวต่อกันถึง 5 ครั้ง เนื่องจากว่า ความน่าจะเป็นของการออกหัว 5 ครั้งต่อกันมีค่าแค่ 132 (1 ใน 32) ผู้เสี่ยงต่อเหตุผลวิบัติของนักการพนันอาจจะเชื่อว่า การโยนเหรียญครั้งต่อไปมีโอกาสจะออกหัวน้อยกว่าออกก้อย แต่จริงๆ แล้ว ความคิดนี้ไม่ถูก และเป็นลักษณะปรากฏของเหตุผลวิบัตินี้ คือความจริงแล้ว การออกหัว 5 ครั้งต่อกัน หรือว่าการออกหัว 4 ครั้งและออกก้อยต่อมา มีความน่าจะเป็นเท่าๆ กัน คือมีค่าที่ 132 ถ้าออกหัวมาแล้ว 4 ครั้ง ความน่าจะเป็นของการออกหัวในครั้งต่อไปก็คือ
          แม้ว่า การออกหัว 5 ครั้งต่อกันมีความน่าจะเป็นเพียง 132 = 0.03125 แต่ว่า นั่นเป็นค่าความน่าจะเป็นก่อนที่จะมีการโยนเหรียญครั้งแรก แต่หลังจากที่มีการโยนเหรียญมา 4 ครั้งแล้ว ผลที่ได้ก็เป็นสิ่งที่รู้แล้วเกิดขึ้นแล้ว จึงมีความน่าจะเป็นคือ 1 ให้สังเกตว่า การคิดโดยเหตุผลที่ไม่ตรงกับความจริงว่า มีโอกาสที่การโยนเหรียญครั้งต่อไปจะออกก้อยมากกว่าจะออกหัวโดยอาศัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เท่ากับบ่งว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตจะมีอิทธิพลต่อความน่าจะเป็นของอนาคต นั่นแหละคือเหตุผลวิบัติของนักการพนัน

จะอธิบายอย่างง่ายๆ ก็คือ

          เราสามารถเห็นจากวิธีการข้างบนว่า ถ้าเราโยนเหรียญ 21 ครั้ง ความน่าจะเป็นของการออกหัวทุกครั้งจะเป็น 1 ใน 2,097,152 แต่จริงๆ แล้ว ความน่าจะเป็นของการออกหัว “หลังจากการโยนเหรียญที่ออกหัวต่อ ๆ กันถึง 20 ครั้ง” ก็ยังเป็นเพียงแค่ 12 นี่เป็นการประยุกต์ใช้ Bayes’ theorem
          ความจริงนี้สามารถเห็นได้โดยไม่ต้องรู้ว่า มีการออกหัว 20 ครั้งต่อๆ กันจริงๆ (คือไม่ต้องประยุกต์ใช้ Bayes’ theorem) ลองพิจารณาถึงความน่าจะเป็นสองอย่างนี้คือ

  • ความน่าจะเป็นของการออกหัว 20 ครั้ง แล้วออกก้อย = 0.520 × 0.5 = 0.521
  • ความน่าจะเป็นของการออกหัว 20 ครั้ง แล้วออกหัว = 0.520 × 0.5 = 0.521

          ซึ่งก็คือ ความน่าจะเป็นทั้งสองมีค่าเท่ากันที่ 1 ใน 2,097,152 ดังนั้น จึงเป็นไปได้เท่าๆ กันที่จะออกหัว 21 ครั้ง หรือออกหัว 20 ครั้งแล้วออกก้อย 1 ครั้ง ในการโยนเหรียญสมดุล 21 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นค่าความน่าจะเป็นของการโยนเหรียญ 21 ครั้งที่ได้ผลหัวก้อยอย่างอื่นๆ ทั้งหมด (มีผลที่เป็นไปได้ 2,097,152 รูปแบบ) จากข้อสังเกตเช่นนี้ ไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อว่า โชค (หรือความน่าจะเป็น) จะเปลี่ยนไปเนื่องจากผลที่เกิดขึ้นในครั้งก่อนๆ เพราะว่า ไม่ว่าเราจะเห็นผลที่เกิดขึ้นในอดีตก็ดี ไม่เห็นก็ดี ความน่าจะเป็นของการออกหัวก้อยครั้งต่อไปก็ยังเท่า ๆ กันอยู่ ถ้าเป็นเหรียญสมดุล ดังนั้น เหมือนกับที่ Bayes’ theorem แสดงให้เห็นแล้ว ผลของการโยนเหรียญแต่ละครั้งก็คือค่าความน่าจะเป็นพื้นฐานของการโยนเหรียญสมดุล ซึ่งก็คือ 12 นั่นเอง

Siamruay เว็บหวยออนไลน์ ราคาดีที่สุด มีหวยให้เล่นมากมายอย่าง หวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ หวยยี่กี
ไม่แค่นั้นยังเกมส์เดิมพัน ทำเงินง่ายๆ อย่าง เป่ายิงฉุบ หัว-ก้อย สูงต่ำ เล่นง่าย ได้เงินจริง สมัครเลย!